ในส่วนของการระบายความร้อนของแบตเตอรี่ ซึ่งรถ BYD SEAL ใช้เทคโนโลยีฮีทปั๊ม คือ การใช้น้ำยาแอร์ ในการระบายความร้อน กล่าวคือ เวลาทำการชาร์จระบบแอร์จะทำงานด้วย
มาถึงระบบการชาร์จ มีการชาร์จอยู่ 2 แบบ คือแบบ AC รองรับที่ 7 kW และแบบ DC รองรับสูงสุดที่ 150 kW ถือว่ามีประมาณที่มากและสามารถนำไฟฟ้าออกมาใช้ได้ถึง 3.3 กิโลวัตต์ นี้คือแพลตฟอร์มล่าสุดและจะเป็นแพลตฟอร์มหลักในการพัฒนารถยนต์รุ่นต่อไป อาทิ BYD SEAL U
2. CHANGAN
ที่มีการเปิดตัวด้วยซีรี่ย์ Deepal อาทิ DEEPAL L07 และ DEEPAL S07 ซึ่งผู้คนให้ความสนใจ เพราะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าแบบ SUV Crossover มีขนาดเทียบเท่ากับ Tesla Model Y ซึ่งทั้งสองรุ่นใช้แพลตฟอร์ม แบบเดียวกัน คือ เทคโนโลยี EPA1 โดยมีขนาดแบตเตอรี่และมอเตอร์ที่เท่ากัน
โครงสร้างเป็นแบบ Module to body คือการนำแบตเตอรี่โมดูลมาประกอบแบบแซนวิชภายใต้ห้องโดยสาร วางไว้ตรงกลางมีฝาปิดเป็นอะลูมิเนียมและมีถาดปิดด้านล่างประกบกัน โดยเป็นโครงสร้างเสริมลดแรงต้านการบิด เวลาเกิดอุบัติเหตุ
โดย EPA 1จะใช้มอเตอร์ตัวเดียว คือ Based on Rear-Wheel Drive (RWD) เป็นระบบขับเคลื่อนล้อหลัง สำหรับผู้ที่ชื่นชอบระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ค่าย CHANGAN จะใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง แต่ยังไม่มีรุ่น All Wheel Drive มีการกระจายน้ำหนักค่อนข้างดีแบบสมดุลทั้ง 4 ล้อ ในแบบอัตราส่วน 50 ต่อ 50 เหมือนรถ MG 4
เป็นค่ายรถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดขายสูงสุดเป็นอันดับ 1ของ โลก ซึ่งมีรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทย ประกอบด้วย 2 รุ่น คือ TESLA MODEL เป็นรถเก๋งซีดาน ที่มีพัฒนาโฉมหน้าใหม่เป็น TESLA Model 3 Project HIGHLAND ในส่วนของแพลตฟอร์มแบตเตอรี่และมอเตอร์ จะยังคงเหมือนเดิม ส่วนรุ่นที่ 2 คือ TESLA MODEL Y ซึ่งเป็นรุ่นที่มียอดขายจำนวนมาก เป็นรถ SUV Crossover
โครงสร้างของรถยนต์ไฟฟ้า Tesla ทั้ง 2 รุ่น จะใช้เทคโนโลยีแพลตฟอร์มรุ่นเดียวกัน คือ โครงสร้างแบบ Module to pack คือ การนำแบตเตอรี่มาประกอบเป็นเซลล์ หลังจากนั้นมาประกอบเป็นโมดูล ต่อมานำโมดูลมาใส่เป็นแพค และยกทั้งถาดมาประกอบเข้ากับรถยนต์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทางค่ายใช้อยู่ในปัจจุบัน ส่วนการจะใช้แบตเตอรี่ Tesla 4680 จะยังไม่ทำเป็น Cellto Body ที่ผลิตและจำหน่ายในประเทศไทย เพราะ แบตเตอรี่ Tesla 4680 ในปัจจุบันนี้ยังมีกำลังการผลิตที่ไม่มากเพียงพอ ถึงแม้ว่ามีการนำแบตเตอรี่ Tesla 4680 มาใช้เพียงแค่รถยนต์รุ่น Tesla Semi Truck และ Tesla Cyber Truck จำนวนยังไม่เพียงพอ
ระบบระบายความร้อนแบตเตอรี่ของ TESLA จะใช้เทคโนโลยีแบบฮีทปั๊ม คือ การใช้น้ำยาแอร์ในการหล่อเลี้ยงระบายความร้อนแบตเตอรี่ลูกใหญ่ทั้งหมด รวมถึงมีการอัพเดทส่งข้อมูลสามารถตรวจสอบแบตเตอรี่ได้เอง ซึ่งเป็นระบบ Open Sourceทั้งหมด
เทคโนโลยีการชาร์จของ TESLA ส่วนของการชาร์จแบตเตอรี่ AC สามารถรองรับอยู่ที่ 11 kW ส่วนการชาร์จ DC สามารถรองรับสูงสุดที่ 250 kW แต่เป็นที่น่าเสียดายที่สถานีซุปเปอร์ชาร์จไม่ได้ติดตั้งอยู่ตามทางหลวงและ เส้นทางหลัก ๆ แต่กลับมีการติดตั้งบริเวณบนห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ถ้ามีการติดตั้งขยายออกนอกห้างสรรพสินค้า จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ และจะต้องติดตามถึงการทำเรื่องนี้ของ TESLA
ที่มีการเปิดตัว GWM ORA 07 เป็นแบบ Type D Segment มีทั้งหมด 2 รุ่น คือ รุ่น LONG RANGE และรุ่น PERFORMANCE
เทคโนโลยีแพลตฟอร์มที่ใช้มีชื่อว่า Lemon E Platform ที่ใช้เหมือนกับรุ่น ORA GOOD CAT แต่มีการพัฒนา ให้ดีมากขึ้น อาทิ อัพเดท Firmware ข้อมูลที่มีความว่องไวมากกว่าของเดิม
ส่วนระบบระบายความร้อนเป็นแบบระบบ LIQUID COOLING SYSTEM ระบายความร้อนด้วยของเหลว Coolant เป็นการระบายความร้อนแยกกันระหว่างแบตเตอรี่และมอเตอร์
ระบบเทคโนโลยีการชาร์จของ GWM ORA 07 จะทำการชาร์จมีความไวมากกว่าของ ORA GOOD CAT เพราะมีการอัพเดทฮาร์ดแวร์ขึ้นมา ซึ่งการชาร์จ AC รองรับสูงสุดที่ 11 kW ส่วน DC รองรับอยู่ที่ 88 kW และสามารถนำไฟฟ้าออกมาใช้ได้ถึง 3.3 kW
ค่าย NETA มีรถยนต์ไฟฟ้าที่ทำตลาดในประเทศอยู่รุ่นเดี่ยวคือ NETA V ที่มีราคาเข้าถึงง่ายและเหมาะสำหรับ ผู้ที่อยากจะเริ่มใช้รถยนต์ไฟฟ้า ตอนนี้ได้เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหญ่ อย่าง NETA X ซึ่งจะผลิตในประเทศไทย เป็นรถ SUV ไซส์กลาง จากราคาของรุ่น NETA V มีราคาที่ไม่สูงมาก จึงมีการคาดการณ์ว่าราคาของ NETA X จะอยู่ที่ประมาณล้านต้น ๆ
เทคโนโลยีแพลตฟอร์มของทาง NETA ที่ใช้มีทั้งหมด 2 แพลตฟอร์ม ของรุ่น NETA V จะเป็นแพลตฟอร์ม ที่เรียกว่า HPA จำพวก City Car หรือรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ส่วนรถยนต์ไฟฟ้ารรุ่นใหญ่ อาทิ NETA U จะใช้แพลตฟอร์ม HPC
โครงสร้างของแพลตฟอร์มแบบ Module to pack นำแบตเตอรี่มาประกอบเป็นโมดูลและนำโมดูลมาใส่เป็นแพคมาประกอบเป็นโครงสร้าง โดยแบตเตอรี่ที่นำมาใช้ จะเป็นแบบ LFP ทั้งหมด ก่อนหน้าในรุ่น NETA V เคยมีการใช้แบตเตอรี่แบบลิเธียม NMC แต่จากราคาที่สูง ทางค่ายจึงเปลี่ยนมาใช้เป็นแบตเตอรี่แบบ LFP