ทำไมมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในไทยยังไม่บูม และอุปสรรคที่พบ
มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเข้ามาในตลาดไทยร่วม 7 ปีแล้ว แต่กลับไม่เติบโตตามความคาดหวัง สาเหตุหลักมาจากระบบชาร์จแบตเตอรี่ที่ยังไม่ตอบโจทย์ โดยเฉพาะปัญหาแบตเตอรี่เสื่อมรอยแพ รอยต่อของการบริการยังยากกับการหาเซอร์วิสที่ครอบคลุม นอกจากนี้ยังมีอุปสรรคด้านการเข้าถึงไฟแนนซ์ที่ยากลำบากและนโยบายรัฐที่ยังไม่ชัดเจนเพื่อสนับสนุนตลาดนี้
เปิดประสบการณ์จริงกับยุคต่างๆของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในไทย
จากคำบอกเล่าของผู้เชี่ยวชาญด้านสองล้อไฟฟ้าในไทยที่ใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าตั้งแต่ยุคแรกๆ พบว่าในช่วงยุคต้น ตลาดรถไฟฟ้ายังไม่สามารถจดทะเบียนได้ และมอเตอร์ไซค์ส่วนมากยังเป็นรุ่นที่เทคโนโลยียังไม่ทันสมัย จนกระทั่งเริ่มมีรถไฟฟ้าสเปคสูงและจดทะเบียนได้เข้ามาในช่วงก่อนโควิด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่นำเข้าจากไต้หวันที่มีเทคโนโลยีดี แต่ราคาสูงเมื่อเทียบกับมอเตอร์ไซค์น้ำมัน
ปัญหาการชาร์จที่ช้าใช้เวลานานถึงคืนหนึ่งและความจุแบตที่จำกัด ส่งผลให้หลายคนถอดใจและตลาดก็ซบเซาไปก่อนเข้าสู่ยุคที่สองของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่มีความเฟื่องฟูขึ้นและมีแบรนด์จีนเข้ามาจำนวนมากพร้อมกับแพลตฟอร์มการให้เช่ารถและแบตเตอรี่แบบสวอปที่แพร่หลายขึ้น
ยุคที่สองและปัญหาแบตเตอรี่เสื่อมในยุคที่สาม
ในยุคที่สอง ตลาดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเฟื่องฟูมาก มีร้านเซอร์วิสและตัวแทนจำหน่ายหลากหลาย แต่ละรุ่นต่างใช้แบตเตอรี่และกล่องควบคุมที่ไม่เหมือนกัน ทำให้เกิดความยุ่งยากเรื่องการซ่อมบำรุงและการเปลี่ยนแบตเตอรี่ อย่างไรก็ตามปัญหาหลักเกิดขึ้นในยุคที่สาม เมื่อแพลตฟอร์มสวอปแบตเตอรี่ที่มีการใช้งานมาตรฐานเริ่มพบว่าแบตเตอรี่เสื่อมเร็ว จนผู้ใช้ไม่สามารถวิ่งได้ระยะทางตามที่คาดหวัง จนทำให้หลายแพลตฟอร์มต้องปิดตัวไปและตลาดเริ่มซบเซาอีกครั้ง
คำแนะนำจากคนในวงการคือการชาร์จแบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่บ้านเป็นทางออกที่ดีที่สุด แต่ยังมีข้อจำกัดจากที่อยู่อาศัย เช่น คอนโดหรือหอพักที่ไม่สามารถชาร์จหรือติดตั้งจุดชาร์จได้สะดวก
อุปสรรคด้านไฟแนนซ์และการแข่งขันในตลาด
หนึ่งในอุปสรรคที่สำคัญคือความยากลำบากในการได้รับไฟแนนซ์สำหรับรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เนื่องจากแบตเตอรี่มีค่าเสื่อมสูงและค่าซ่อมบำรุงที่ไม่แน่นอน ส่งผลให้ไฟแนนซ์ไม่กล้าปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ซื้อ ทำให้ผู้ซื้อส่วนใหญ่ต้องใช้เงินดาวน์สูงถึง 50% และผ่อนเดือนละ 3,000 – 4,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงเกินกำลังสำหรับกลุ่มผู้ใช้ระดับรากหญ้า
การพยายามเข้ามาเก็บส่วนแบ่งตลาดของบริษัทต่างชาติจึงล้มเหลวในยุคนี้ หลายแบรนด์ต้องถอนตัวเพราะไม่สามารถแข่งขันและแก้ไขอุปสรรคได้ ทำให้ตลาดยุบเหลือไม่เกิน 6 แบรนด์ในปัจจุบัน
ความหวังในปี 2026 และทิศทางการพัฒนา
ในปี 2026 เริ่มมีการปรับกลยุทธ์จากแบรนด์ใหญ่ๆ อย่าง Honda ที่พัฒนาระบบการผ่อนชำระให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น และส่งเสริมจุดชาร์จรวมถึงศูนย์บริการทั่วประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาการรอยแพ้แบรนด์ พร้อมวางแผนแก้ไขทีละปัจจัย เช่น ระบบไฟแนนซ์ แบตเตอรี่และบริการหลังการขาย
อย่างไรก็ตามตลาดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ายังเติบโตจำกัดอยู่ในพื้นที่เมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ ภูเก็ต และเชียงใหม่เท่านั้น เนื่องจากความพร้อมของอินฟราสตรักเจอร์ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่ยังนิยมใช้รถน้ำมันในพื้นที่ชนบท
จุดเด่นในการที่จะใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าให้คุ้มค่าคือต้องเป็นผู้ที่อาศัยในเมืองและมีจุดชาร์จสะดวก รวมถึงต้องเลือกสเปคที่เหมาะสมกับการใช้งานจริงเพื่อให้ได้รับประสบการณ์ที่ดีและประหยัดค่าใช้จ่าย
ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่าการเติบโตของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในไทย คือการต้องอาศัยการสนับสนุนจากภาครัฐในเรื่องนโยบาย รวมถึงความพร้อมของระบบไฟแนนซ์และโครงสร้างพื้นฐาน จึงจะทำให้ตลาดนี้ฟื้นตัวและเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
หากชอบคลิปนี้สามารถดูได้ทางด้านล่างนี้ ขอฝาก กด LIKE กด SHARE กด SUBSCRIBE ที่ช่องของพวกเราด้วยนะครับ
📣 สนับสนุน Welldone Guarantee
⚡ แบตลิเธียมลูกเล็ก 12V สำหรับรถไฟฟ้า (Welldone EV Battery)
พร้อมติดตั้งฟรี ในกรุงเทพและปริมณฑล ดูผ่านแอพได้ รับประกัน 4 ปี
⚡ DC Home Charger 7kW ถนอมอายุการใช้งาน On-board Charger (CDU) ของรถ
มีจอ มีแอพ สั่งการได้ รับประกัน 2 ปี 35,900
⚡ AC home charger / ชาร์จเจอร์พกพา / ปลั้กจ่ายไฟV2L Wellcharge แบรนด์ไทย
⚡ พรมรถยนต์ แผ่นปิดเบาะ ถาดท้าย กันน้ำกันฝุ่น ทำความสะอาดได้ง่าย🚘
Aion / BYD / Deepal / MG / Haval H6 / Neta / Riddara
Xpeng / Avatr11 / Jaecoo / Omada / Geely / ORA
สั่งซื้อได้ทาง Shopee (ผ่อน SpayLater ได้)
shopee.co.th/welldone.ev.shop
