ส่อง Motor Show 2026 กับอนาคตรถยนต์ไทย 10 ปีข้างหน้า
กำลังนับถอยหลังสู่มหกรรมยานยนต์ครั้งใหญ่ Bangkok International Motor Show 2026 ที่จะจัดขึ้นวันที่ 25 มีนาคม ถึง 5 เมษายน โดยผังบูธของงานเผยให้เห็นถึงทิศทางใหม่ของตลาดรถยนต์ในประเทศไทยในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ยิ่งตอกย้ำว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่จะมีบทบาทมากขึ้นอย่างชัดเจน
สัดส่วนของค่ายรถยนต์ในงานและแนวโน้มตลาด
ผังบูธในงานชี้ให้เห็นว่าค่ายรถสัญชาติจีนครองพื้นที่มากที่สุดถึง 38% ซึ่งทำให้รถไฟฟ้าจีนบนถนนไทยมีจำนวนเพิ่มขึ้นจนแซงหน้ารถญี่ปุ่นที่อยู่ที่ประมาณ 34% อย่างชัดเจน โดยค่ายใหญ่ที่สุดคือ BYD ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็น Toyota ในยุคของรถไฟฟ้า ด้วยราคาที่เข้าถึงง่ายและพันธมิตรต่างๆ เช่น Denza และแบรนด์พรีเมียมอื่นๆ รวมถึง Chery ที่ก็มีพื้นที่ไม่ห่างกันมาก
ค่ายญี่ปุ่นยังเป็นผู้เล่นสำคัญ โดยเฉพาะ Toyota ที่ยังรักษาความแข็งแกร่งและมีบูธใหญ่ที่สุด รองลงมาคือ Honda ที่รวบรวมรถไฟฟ้าทั้ง 4 ล้อและ 2 ล้อไว้ในบูธเดียวกันและกำลังจะเปิดตัวรถไฟฟ้ารุ่นใหม่
ส่วนค่ายยุโรปมีสัดส่วน 18% ซึ่งมีแบรนด์อย่าง BMW และ Mercedes-Benz รวมถึงเกาหลีที่ครอง 7% โดยมี Kia กับ Hyundai และฝั่งอเมริกาก็มี Tesla มาร่วมงานอีกด้วย
ตลาดรถไฟฟ้าที่กำลังดุเดือด
ปีนี้ตลาดรถไฟฟ้าเดือดตั้งแต่รถแบบ Compact SUV ไปจนถึงรถเล็ก City Car ที่ราคาสบายกระเป๋า ตัวอย่างเช่น Gies EX2 ที่ราคาไม่เกิน 400,000 บาท และเป็นรถไฟฟ้าที่ขายดีในบ้านเรา รวมถึง BYD ที่มีแผนกลับมาลุยตลาดรถไฟฟ้าขนาดเล็กอย่าง Astor 1 และ 2 อีกครั้ง หลังจากรื้อแผนเนื่องจากความนิยมในตลาดนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในกลุ่ม City Car มี Neo Fryf Fly EV หรือ “น้องหิงห้อย” ซึ่งเป็นรถขนาดเล็กสไตล์แฮชแบ็กที่ขับเคลื่อนล้อหลังและรองรับการสลับแบตเตอรี่ โดยวิ่งได้ไกล 400 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ราคาคาดการณ์ประมาณ 700,000 บาท ซึ่งสูงกว่ารถ City Car ทั่วไปอย่าง Gies EX2
BYD ยังเตรียมเปิดตัวรุ่น Seal หรือ Atto One รถแฮชแบ็ก 5 ประตูขนาดเล็ก ที่มีรุ่นสแตนดาร์ดและล่องจ์เรนจ์ให้เลือก มีพละกำลัง 88 แรงม้า วิ่งได้ 300-410 กม. และรองรับการชาร์จเร็ว AC 6.6-7 กิโลวัตต์ DC สูงสุดถึง 85-100 กิโลวัตต์
MG นำ MG4 Minor Change ที่มาในดีไซน์ใหม่ภายใน และรถไฟฟ้ารุ่น MG 4AN ที่มีแพลตฟอร์มใหม่แตกต่างจาก MG4 รุ่นเดิม ออกแบบมาเพื่อกลุ่มสาวๆที่ต้องการรถพกพาง่าย แต่ยังมีพื้นที่ภายในใช้งานได้หลากหลาย
Compact SUV ตัวเด่นที่น่าสนใจ
ในกลุ่ม Compact SUV มีการแข่งขันสูง หลังจากที่ Japan J5 EV กวาดยอดขายไปมาก BYD ส่งรถรุ่น 2 มาท้าชิงที่มีรูปร่างขนาดเล็กกว่ารุ่น 3 แต่หน้าตาดูสปอร์ต ใกล้เคียง Range Rover โดยรุ่นมาตรฐานใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหน้าแรงม้า 177 แรงบิด 290 นิวตัน-เมตร แบตเตอรี่ขนาด 51.13 กิโลวัตต์ ชม. วิ่งได้ 410 กม. รุ่นล่องจ์เรนจ์มอเตอร์ 204 แรงม้า ระยะทาง 495 กม. รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 155 กิโลวัตต์ ราคาเปิดคาดการณ์ใกล้ 600,000 บาท
ค่ายรู้จักอย่าง Great Wall Motors เปิดตัว Aura Fight EV รุ่นใหม่แทนที่ Good Cat ที่ทำตลาดมาหลายปี มีขนาดใหญ่และฐานล้อยาวพร้อมรุ่นมาตรฐานและล่องจ์เรนจ์ ให้สมรรถนะ 204 แรงม้า วิ่งได้นาน 440-540 กม. ราคากลางๆประมาณ 600,000 บาท
จากจีนอีกค่ายคือ Changan กับ Nevo Q5 ซึ่งเป็น Compact SUV ที่ผลิตในไทย 100% ดีไซน์แบบอิตาลี พร้อมสเปคที่ลงตัวทั้งรุ่นมาตรฐานและล่องจ์เรนจ์ มีความจุแบตเตอรี่ 40.3-51.9 กิโลวัตต์ ชม. วิ่งได้ 370-475 กม. พร้อมระบบชาร์จ 3C เหมาะกับตลาดรถไฟฟ้าขนาดกลางที่เน้นความคุ้มค่าและราคาควบคุม
กลุ่มรถเก๋งไซส์กลางและหรูหรา
กลุ่มรถเก๋งขนาดกลางระดับพรีเมียม มีค่ายญี่ปุ่นและยุโรปส่งรถไฟฟ้าลงสนาม เช่น Honda EN2 ที่ออกแบบเป็นรถไฟฟ้าจากแพลตฟอร์มรถยนต์แพลตฟอร์มเดิม ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ล้อหน้า 204 แรงม้า แบตเตอรี่ขนาด 68.8 กิโลวัตต์ ชม. วิ่งได้ 530 กม. ราคาประมาณ 1.4 ล้านบาท และ Mazda 6E ที่ผลิตโดยร่วมมือกับ Changan มีรุ่นมาตรฐานและล่องจ์เรนจ์ พละกำลังสูงสุด 258 แรงม้า วิ่งได้ไกลสูงสุด 654 กม. รองรับชาร์จเร็ว DC 200 กิโลวัตต์ ราคาเปิดตัวล้านต้นๆ
ค่ายจีนส่งรุ่น MGM5 ที่เป็นรถไฟฟ้าหน้าใหม่ใน segment C Plus หรือเกือบจะเทียบเท่ารถ D-Segment ความยาว 4,931 มม. มาพร้อมมอเตอร์ล้อหลัง 295 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ CATL ขนาด 75 กิโลวัตต์ วิ่งได้ 570 กม. รุ่น W Range มีแรงม้า 407 แรงม้า วิ่งระยะทาง 770 กม. ระบบ 800 โวลต์ รองรับการชาร์จเร็วสูงสุด 396 กิโลวัตต์ และรุ่น Performance All Wheel Drive 751 แรงม้า วิ่งได้ 654 กม.
สรุปอนาคตรถยนต์ไทยและตลาด EV
ผังบูธ Motor Show 2026 ถือเป็นภาพสะท้อนอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศไทยที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านอย่างหนัก โดยค่ายรถจีนที่เป็นผู้เล่นใหม่กำลังเข้ามาทำตลาดและแซงหน้าผู้เล่นรุ่นเก่าอย่างญี่ปุ่นอย่างชัดเจน ค่ายญี่ปุ่นยังคงมียักษ์ใหญ่อย่าง Toyota และ Honda ที่กำลังปรับตัวสู่ยุคไฟฟ้า พร้อมกับค่ายยุโรปและเกาหลีที่เข้ามามีส่วนแบ่งตลาด
ตลาดรถไฟฟ้าในไทยปีนี้มุ่งเน้นที่รถกลุ่ม Compact SUV และ City Car ที่ราคาเข้าถึงได้ง่าย มีโมเดลใหม่ๆ ทั้งจากจีน ญี่ปุ่น และยุโรปให้เลือกมากมาย พร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่และการชาร์จที่ทันสมัยตอบโจทย์การใช้งานจริง ด้วยเศรษฐกิจในปัจจุบัน ผู้บริโภคเลือกซื้อรถที่ตอบโจทย์การใช้งานและราคาคุ้มค่ามากกว่าชื่อแบรนด์
ที่สุดแล้ว งานนี้จะเป็นเวทีสำคัญแห่งอนาคตรถไฟฟ้าไทย และเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดที่มีบทบาทสูงขึ้นอย่างแน่นอน
หากชอบคลิปนี้สามารถดูได้ทางด้านล่างนี้ ขอฝาก กด LIKE กด SHARE กด SUBSCRIBE ที่ช่องของพวกเราด้วยนะครับ
📣 สนับสนุน Welldone Guarantee
⚡ แบตลิเธียมลูกเล็ก 12V สำหรับรถไฟฟ้า (Welldone EV Battery)
พร้อมติดตั้งฟรี ในกรุงเทพและปริมณฑล ดูผ่านแอพได้ รับประกัน 4 ปี
⚡ DC Home Charger 7kW ถนอมอายุการใช้งาน On-board Charger (CDU) ของรถ
มีจอ มีแอพ สั่งการได้ รับประกัน 2 ปี 35,900
⚡ AC home charger / ชาร์จเจอร์พกพา / ปลั้กจ่ายไฟV2L Wellcharge แบรนด์ไทย
⚡ พรมรถยนต์ แผ่นปิดเบาะ ถาดท้าย กันน้ำกันฝุ่น ทำความสะอาดได้ง่าย🚘
Aion / BYD / Deepal / MG / Haval H6 / Neta / Riddara
Xpeng / Avatr11 / Jaecoo / Omada / Geely / ORA
สั่งซื้อได้ทาง Shopee (ผ่อน SpayLater ได้)
shopee.co.th/welldone.ev.shop
