ชาร์จรถ EV เร็วเท่าการเติมน้ำมันได้จริงหรือ?
ความกังวลหลักของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) คือระยะเวลาการชาร์จไฟที่ยาวนานเมื่อเทียบกับการเติมน้ำมันที่ใช้เวลาแค่ 5-10 นาที ในขณะที่การชาร์จไฟ EV ใช้เวลาถึง 20-30 นาที อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีล่าสุด Ultra Fast ชาร์จ หรือ Super ชาร์จ สามารถลดเวลาชาร์จให้ใกล้เคียงกับการเติมน้ำมันได้แล้วในวันนี้
กำลังไฟหรือพลังงานชาร์จเป็นตัวชี้วัดความเร็ว โดยกำลังไฟเท่ากับแรงดันไฟฟ้าคูณกับกระแสไฟฟ้า ซึ่งเปรียบเสมือนแรงดันปั๊มน้ำมันและปริมาณน้ำมันที่ไหลผ่าน หากแรงดันและกระแสสูง การชาร์จจะเร็วขึ้น โดยสถาปัตยกรรมของรถ EV รุ่นใหม่พัฒนาไปจนรองรับแรงดันสูงถึง 800 โวลต์ เพื่อรองรับแบตเตอรี่ความจุสูงที่ต้องการกำลังไฟมากขึ้น
เทคโนโลยีชาร์จไฟ EV มี 4 ระดับ
1. Normal Charge หรือ Slow Charge คือการชาร์จไฟแบบกระแสสลับ (AC) กำลังไฟ 2-22 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จ 4-12 ชั่วโมง เหมาะสำหรับการชาร์จที่บ้าน
2. DC Fast Charge คือการชาร์จไฟฟ้ากระแสตรง (DC) กำลังไฟ 50-150 กิโลวัตต์ พบได้ตามสถานีชาร์จปั๊มน้ำมัน ใช้เวลาชาร์จ 30-60 นาที
3. Ultra Fast Charge หรือ High Power DC ชาร์จด้วยกำลังสูง 250-720 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จ 5-15 นาที ใกล้เคียงกับการเติมน้ำมัน
4. Megawatt Charging System (MCS) เทคโนโลยีที่ใช้กระแสสูงถึง 1,000-3,000 กิโลวัตต์ สำหรับรถเชิงพาณิชย์ ใช้เวลาชาร์จน้อยกว่า 10 นาที
สถานีชาร์จ Ultra Fast ของ Tesla และ Huawei ในไทย
Tesla Supercharger เริ่มต้นปี 2012 มี 4 เวอร์ชั่น ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจาก 90-120 กิโลวัตต์เป็น 500 กิโลวัตต์ และล่าสุดเวอร์ชั่น 4 จ่ายไฟได้สูงสุด 1.2 เมกะวัตต์ พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว (Liquid Cooling) เพื่อรับมือกำลังไฟที่สูงขึ้น เหมาะกับรถ EV ขนาดใหญ่และ Tesla Cybertruck ที่ใช้สถาปัตยกรรม 800 โวลต์
Huawei Ultra Fast Charger เริ่มเข้าตลาดไทยอย่างหนักตั้งแต่ปี 2023 มีเครื่องชาร์จความจุ 600-720 กิโลวัตต์ ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว ทั้งตู้ Power Unit และหัวจ่าย ชาร์จ 5 นาทีวิ่งได้ 200 กิโลเมตร รองรับแรงดันไฟฟ้าตั้งแต่ 200-1,000 โวลต์ ใช้งานได้กับรถ EV ทุกยี่ห้อ นอกจากนี้ Huawei ยังมีแผนพัฒนาให้รองรับ Megawatt Charging ด้วย
เปรียบเทียบประสิทธิภาพ Tesla Supercharger กับ Huawei Ultra Fast Charger
กำลังชาร์จสูงสุด: Tesla เวอร์ชั่น 4 รองรับ 500 กิโลวัตต์ต่อหัวจ่าย ขณะที่ Huawei จ่ายได้สูงสุด 480 กิโลวัตต์ต่อหัวแต่มี Power Module ที่จ่ายรวมได้ถึง 1 เมกะวัตต์ จึงรองรับการชาร์จหลายหัวได้พร้อมกันอย่างยืดหยุ่น
แรงดันไฟฟ้าและกระแส: Tesla รองรับแรงดัน 400-1,000 โวลต์ กระแสสูงสุด 615 แอมป์ ส่วน Huawei รองรับแรงดัน 200-1,000 โวลต์ กระแสสูงสุด 500 แอมป์ จึงรองรับรถ EV รุ่นเก่าได้หลากหลายกว่า
ระบบระบายความร้อน: ทั้งสองใช้ระบบ Liquid Cooling ที่มีประสิทธิภาพสูงในระบายความร้อนต่อตู้ Power Unit และหัวจ่าย
ความเข้ากันได้กับรถ EV: Tesla จำกัดการชาร์จเฉพาะรถของตนเอง ขณะที่ Huawei รองรับรถจากหลายแบรนด์ จึงเหมาะกับตลาด EV ที่หลากหลายในไทยมากกว่า
การลงทุนและผลตอบแทนธุรกิจ
สถานี Ultra Fast Charge ต้องการหม้อแปลงและระบบไฟฟ้ากำลังสูงระดับอุตสาหกรรม และสายชาร์จที่มีระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวเพื่อรองรับกระแสสูง โดยต้นทุนสูงกว่าตู้ DC Fast Charge ปกติ 30-60% แต่ด้วยอัตรา Turn Rate ที่เร็วขึ้นช่วยให้คืนทุนได้ดี เหมาะกับจุดที่มีรถวิ่งมาก เช่น Motorway และ EV Hub ต่างๆ
ข้อควรระวังและคำแนะนำสำหรับผู้ใช้ EV
ผู้ใช้ควรตรวจสอบว่าสถาปัตยกรรมรถ EV ของตนรองรับแรงดันไฟฟ้าสูงหรือไม่ เพราะหากใช้รถที่รองรับเพียง 400 โวลต์ อาจชาร์จได้ไม่เต็มกำลังที่สถานี Ultra Fast Charge และต้องเข้าใจว่าค่าไฟที่ชาร์จด้วย Ultra Fast Charge จะสูงกว่าเนื่องจากต้นทุนการลงทุนสูง
สรุปว่าเทคโนโลยี Ultra Fast Charging กำลังเป็นตัวเปลี่ยนเกมในวงการ EV ปี 2025 ที่จะทำให้การชาร์จไฟเร็วเทียบเท่าการเติมน้ำมัน พร้อมทั้งมีผู้ให้บริการรายใหญ่อย่าง Tesla กับ Huawei เข้ามาสู่ตลาดไทยอย่างเต็มตัว ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ EV หายห่วงเรื่องระยะเวลาชาร์จ และส่งเสริมการเติบโตของสังคม EV ในทุกมิติ
หากชอบคลิปนี้สามารถดูได้ทางด้านล่างนี้ ขอฝาก กด LIKE กด SHARE กด SUBSCRIBE ที่ช่องของพวกเราด้วยนะครับ
📣 สนับสนุน Welldone Guarantee
⚡ พรมรถยนต์ แผ่นปิดเบาะ ถาดท้าย ที่ชาร์จพกพา ปลั้กจ่ายไฟV2L 🚘
Jaecoo5 / AionUT/ Aion Yplus / Deepal S05 S07 / BYD
⚡ กล้องติดรถยนต์ 70mai Dashcam A200-1 หน้า+หลัง+เมม32Gb
⚡ ผลิตภัณฑ์ดูแลรถยนต์ 3M เคลือบเงา กระจก เบาะหนัง ยางรถ
⚡ แบตลิเธียมลูกเล็ก สำหรับ EV ดูผ่านแอพได้ รับประกัน 4 ปี
Aion / BYD / Deepal / GoodCat / MG / Haval / Neta / Riddara / Xpeng G6 / Avatr11
สั่งซื้อได้ทาง Shopee (ผ่อน SpayLater ได้)
shopee.co.th/welldone.ev.shop
