รถยนต์ไฟฟ้าและมือถือในยุคนั้นจะใช้แบตเตอรี่ NiMH ซึ่งต่อมามีการพัฒนาเป็นรถยนต์ไฟฟ้าแบบ เต็มรูปแบบ โดยทาง GM มีการทำรถยนต์ไฟฟ้า เรียกว่า General Motors EV1 สามารถวิ่งได้ในระยะทางอยู่ที่ 160 -200 km /1 การชาร์จ
ต่อมาจะเข้าสู่ยุคที่ 3 ซึ่งเป็นยุคของแบตเตอรี่ Lithium – Ion ที่มีความจุพลังงานอยู่ที่ 150 -250 Wh/kg
โดยมีการนำมาใช้ในกลุ่มพวก IT และสินค้า Gadget คือ มือถือ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก และเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพัฒนาสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน ที่ความสามารถการทำงานของสมาร์ทโฟนทำได้ เทียบเท่ากับคอมพิวเตอร์ และแล็ปท็อป รวมทั้งโน๊ตบุ๊คมีการใช้แบตเตอรี่ Lithium – Ion
หลังจากนั้นในช่วงปี 2000 จากการพัฒนา Lithium – Ion เกิดขึ้นมา จึงเริ่มมีการพลิกนำมาใช้กับกลุ่มรถยนต์ เป็นการทำยานยนต์ไฟฟ้าแบบ 100% ซึ่งผู้ที่ริเริ่มอย่างเป็นรูปธรรม คือ Tesla ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2003 โดยเข้าซื้อกิจการโรงงานของ Toyota ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย เมืองฟรีมอนท์
ทาง Tesla ทำรถยนต์ไฟฟ้าโดยใช้แบตเตอรี่ลิเธียม-แมงกานีส-โคบอลท์-ออกไซด์ (NMC)หรือ ลิเธียมเทอร์นารีซึ่งจะเป็นแบตเตอรี่ของ Panasonic
มีการขายรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกออกมา คือ Tesla Model S ที่เปิดในปี 2012 โดยมีการนำแบตเตอรี่มาแพ็คขนาดใหญ่ มีความจุพลังงานอยู่ที่ 60 -100 Wh/kg. สามารถวิ่งได้ในระยะทางอยู่ที่ 428 km ต่อ 1 การชาร์จ นับเป็นครั้งแรกที่มีการนำแบตเตอรี่มาใช้ในรถยนต์ไฟฟ้าแบบ 100%