ช่องทางสร้างรายได้จากรถ EV!! ในอนาคตประกันรถไฟฟ้าจะถูกลงด้วยสิ่งนี้!?

         2 ธุรกิจที่น่าสนใจ คือ ธุรกิจประกันภัย และธุรกิจ Car sharing
         เทรนจากรถยนต์ในอนาคตจะเป็น ACES (Autonomous, Connected, Electric, and Shared Vehicles
หรือระบบการขับขี่แบบอัตโนมัติ การเชื่อมต่อ การปรับให้เป็นระบบไฟฟ้า และการแบ่งปันกันใช้งาน)
         ตัว A คือ รถยนต์ไร้คนขับ (Autonomous Car หรือ Self-driving Car) ตัว C คือ Connected เป็นการเชื่อมต่อมือถือ หรือต่อสัญญาณ และสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ตัว E คือ Electrification เป็นเรื่องของ

การใช้พลังงาน ตัว S คือ Car sharing

ธุรกิจ Car sharing ของ HAUP

         เป็นที่น่าสนใจถึงความเกี่ยวข้องกับเทรนเรื่องของรถยนต์ไฟฟ้าและเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจ Airbnb ผู้ลงทุนคอนโดมิเนียมมาปล่อยเช่า

         มีการสำรวจว่า Car sharing 1 คัน จะส่งผลให้จำนวนรถในเมื่องนั้น ๆ มีสัดส่วนลดลงประมาณ 6 – 10 คัน
โดยพื้นที่เหลือว่างอยู่จะสามารถนำมาสร้างประโยชน์อย่างอื่นแทน อาทิ สร้างสวน เลนคนเดิน หรือส่วนที่จอดรถ
         ที่ทาง HAUPCAR มีโครงการกับทางมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ที่ต้องการสร้างคอนโดมิเนียมแต่ไม่มีที่จอดรถ 

โดยปกติคอนโด 1 ห้อง จะมีที่จอดรถ 1 คัน แต่ปัจจุบันเมื่อซื้อคอนโด 1 ห้อง จะต้องซื้อที่จอดรถแยกออกมาต่างหาก
ดังนั้นจึงเกิดธุรกิจการบริการรูปแบบใหม่ คือ Car sharing ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์คนที่อาศัยอยู่ในคอนโดที่ไม่มี

ที่จอดรถ

          สำหรับผู้ที่ทำคอนโดขายห้องที่ต้องเตรียมพื้นที่ส่วนหนึ่ง เพื่อเป็นที่จอดรถให้กับผู้ที่อยู่อาศัย ควรที่จะทำ 

Car sharing เพราะจะมีผลประโยชน์ต่อทั้ง 2 ฝ่าย คือ ทางฝั่งผู้ซื้อจะได้ห้องราคาที่ถูกลง เพราะผู้ประกอบการจะรวมค่าที่จอดรถในราคาขายของห้อง ในขณะเดียวกันทางผู้ที่ขายคอนโดสามารถขายห้องได้มากขึ้น โดยพื้นที่สำหรับ

จอดรถ 1 คัน จะมีขนาด 20 ตารางเมตร จะนำพื้นที่ดังกล่าวมาทำประโยชน์อย่างอื่น เช่น ห้องสันทนาการ เป็นต้น

          และทาง บริษัท HAUPCAR เป็นบริษัทผู้นำบริการ Car sharing เจ้าแรกในประเทศไทยที่ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่

ปี 2017 มีการเติบโตมากขึ้น

         การเติบโตของเทรน Car sharing เริ่มมาจากกลุ่มคนเมือง คือ ผู้ที่อาศัยอยู่ในคอนโดที่ปกติใช้ รถไฟฟ้า BTS ,MRT และผู้ที่อาศัยอยู่ภายในคอนโดที่ไม่มีที่จอดรถ จึงเป็น Pain Point ซึ่งคนที่อาศัยอยู่ในคอนโดที่เดินทางด้วย Mass Transit หรือระบบขนส่งสาธารณะ
         ในบางครั้งมีความจำเป็นต้องใช้รถ อาทิ ใช้เพื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์ หรือเดินทางไปพื้นที่ต่าง ๆ ก็สามารถมาใช้บริการ Car sharing และเทรนของโลกที่จำนวนคนต่อตารางเมตรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ยอดขายของ Car sharing 

เติบโต

ส่วนความเกี่ยวข้องระหว่างรถยนต์ไฟฟ้าและ Car sharing

         รถยนต์ไฟฟ้าจะช่วยลดต้นทุน และการที่มีรถยนต์ไฟฟเข้ามาในแพลตฟอร์มของ HAUP ที่เห็นได้จากเทรน
เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้มีจำนวนลูกค้ามากขึ้น โดยปกติคนไทยจะตัดสินใจซื้อสินค้าที่มีขนาดใหญ่ย่อมอยากมี

การทดลองใช้ก่อน และเมื่อทาง HAUP มีรถยนต์ไฟฟ้ามาปล่อยให้เช่าในแพลตฟอร์ม รายได้จากกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าที่อยู่ในแพลตฟอร์มอยู่ในระดับที่ดีอย่างมากและได้รับความสนใจจากผู้ที่ต้องการใช้บริการ ดังนั้นยอดขายที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งจึงมาจากรถยนต์ไฟฟ้า

          สำหรับมุมมองของผู้ที่ลงทุนรถยนต์ไฟฟ้าในแพลตฟอร์มของ HAUP จะได้ประโยชน์เรื่องของ Operation Cost จากสมัยก่อนราคาของรถยนต์ไฟฟ้าจะสูงมาก แต่ในช่วงปัจจุบันราคาของรถยนต์ไฟฟ้ามีแนวโน้มที่คนสามารถ
เข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น

         ส่วนที่ประหยัดได้จริงคือ ในเรื่องของค่าพลังงานที่ถูกกว่าการใช้น้ำมัน และค่า Maintenance (การซ่อมบำรุง) ของตัวรถยนต์ไฟฟ้า จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่อยากทดลองใช้รถยนต์ไฟฟ้าก่อน
         ส่วนประเด็นที่น่าสนใจที่ว่า รถยนต์ไฟฟ้า คือ หนี้สิน มีหลายคนที่คิดว่าตนเองมีการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพียง

ไม่กี่ชั่วโมง แต่จะต้องผ่อนค่ารถยนต์ไฟฟ้าทั้งเดือน ทำให้คนเริ่มมีพฤติกรรมหันมาใช้บริการเช่ารถ Car sharing
         ดังนั้นทาง HAUP ให้ความเห็นว่า Car sharing เป็นการลงทุนที่เปลี่ยนจากหนี้สินเป็นโอกาส

          เป็นค่าเฉลี่ยของแพลตฟอร์มทาง HAUP ที่ปล่อยรถยนต์ให้เช่าแบบ 24 ชั่วโมง โดยค่า IRR
(อัตราผลตอบแทน) อยู่ที่ประมาณ 10 % ต่อปี
          ข้อดีของการนำรถมาปล่อยเช่า ดังนี้
               1. ถ้ามีการปล่อยเช่า ถ้าไม่ชอบสามารถขายรถยนต์ได้
               2. ถ้าพื้นที่ไม่ดี สามารถย้ายรถได้

         ส่วนเรื่องของการดูแลรถทาง HAUP เป็นผู้นำเรื่องระบบ IoT Device และเป็นจ้าวแรก ๆ ที่ทำ IoT Device Car sharing ขึ้นมา ซึ่งมีผู้ลงทุนจากบริษัทต่างชาติ ตัว IoT Device สามารถปลดล็อคประตูจากแอปพลิเคชันและ
เก็บข้อมูลรูปแบบการใช้รถ
         และตอนนี้ทาง HAUP เริ่มทำระบบ Facial Recognition ขึ้นมา โดยมีระบบเป็นของตัวเองและพยายามเชื่อมกับฐานข้อมูล NDID เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ที่ปล่อยเช่ารถยนต์ ซึ่งทาง HAUP มีการเช็คข้อมูลบัตรประชาชนลูกค้า รวมทั้งมีการทำ Machine learning ในการศึกษาพฤติกรรมการขับขี่มากขึ้น ซึ่งอาจจะ Partner
กับทาง Sunday ที่เป็นคู่ค้ากัน

          ในส่วนของ EV สามารถเช่าได้ ทาง HAUP มีการติดตั้งตู้ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าของ HAUP และมีการ Partner กับ EVolt โดยที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี มีการตั้งตู้ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าของ EVolt ในการทำ EV Car sharing
          เห็นได้จากตามคอนโดที่ให้เช่าที่ไม่มีที่จอดรถ โดยจะมีรถยนต์ไฟฟ้าส่วนกลางพร้อมสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า เมื่อเช่ารถยนต์ไฟฟ้าเมื่อใช้งานเสร็จจะขับรถกลับมาที่คอนโด แล้วนำรถยนต์ไฟฟ้ามาชาร์จที่สถานีของ EVolt

         สุดท้ายแล้ว ทาง HAUP วางแนวทางธุรกิจตามเทรนความยั่งยืน Sustainability โดยแบ่งเป็น 3 Pillar
               Pillar ที่ 1 เมื่อรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นจะเน้นเรื่องของ ZERO CARBON
               Pillar ที่ 2 การทำแพลตฟอร์มให้เกิด Network Effects หรือ “พลังของเครือข่าย” ทำให้เกิด Car sharing มากขึ้น ซึ่งทาง HAUP พยายามที่จะผลักดันเรื่องนี้ เพื่อให้คนสามารถเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้า

              Pillar ที่ 3 สุดท้าย คือ เรื่องของการคืนกำไรให้กับนักลงทุน ทาง HAUP มีการดูแลเรื่องของผู้ที่มาลงทุนจะมีรายได้ที่เหมาะสม

          ยกตัวอย่าง คนรู้จักของคุณเวลที่ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของ Tesla จำนวน 3 คัน ที่อเมริกา ตอนที่ซื้อคันแรกเกิดความชอบ ส่วนคันที่อื่นได้ทำการปล่อยเช่า ซึ่งได้รายได้ที่คุ้มค่า เพราะมีคนต้องการทดลองขับรถยนต์ไฟฟ้าของ Tesla และด้วยสหรัฐอเมริกาที่รัฐมีขนาดใหญ่ การเช่ารถยนต์ไฟฟ้าของ Tesla เพื่อไปต่างเมือง จะสามารถ Login ผ่าน User โดยที่การตั้งค่าตัวรถจะเป็นไปค่าของ User ของผู้เช่า

          ทางแพลตฟอร์มของทาง HAUP จะคล้ายคลึงกับของ Tesla แต่ทาง HAUP ต้องการให้รถทุกคันสามารถ
มาปล่อยเช่าที่แพลตฟอร์มได้

ธุรกิจประกันภัยรถยนต์ของ Sunday

          บริษัทประกันถือว่าเป็นธุรกิจที่มีมาอย่างยาวนาน และจากเทรนเรื่องของรถยนต์ไฟฟ้าที่มีความเสี่ยงแบบใหม่เกิดขึ้น ทางบริษัทประกันต้องมีการพัฒนาและเก็บข้อมูลเพื่้อให้เข้าใจถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้น เป็นการป้องกันความเสี่ยงของทางธุรกิจ
          ส่วนเทคโนโลยีการนำข้อมูลเข้ามาเพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าและสินทรัพย์ที่รับประกันมามากขึ้น จึงเป็นที่มาของ Insurtech ที่เข้ามาอยู่ในภาคของธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า คำว่า Insurtech คือการรวมกันระหว่าง Insurance (ประกันภัย) และ Technology (เทคโนโลยี)

         ทางบริษัท Sunday หัวใจหลักของเทคโนโลยีที่ใช้ คือ การนำข้อมูลและ AI เข้ามาจัดการในหลาย ๆ เรื่อง 

ซึ่ง Insurtechg เป็นการนำเทคโนโลยีมาบูรณาการทุกภาคส่วนตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ การขาย
การเคลมประกัน และการให้บริการลูกค้าหลังการขาย

          ยกตัวอย่าง การนำ AI มาทำ Dynamic Pricing โดยจะนำข้อมูลประวัติการเคลมของลูกค้าของ Sunday และข้อมูลภายนอกนำมาพิจารณาค่าเบี้ยประกัน กรณีที่ผู้ทำประกันใช้รถยนต์รุ่นเดียวกัน แต่อยู่ในพื้นที่ต่างกัน จะต้องดูข้อมูลด้านประวัติอาชญากรรมการขโมยรถบริเวณพื้นที่นั้น ความเสี่ยงจากน้ำท่วม สภาพของถนน ซึ่งข้อมูลส่วนนี้มาจากทางภาครัฐ

          ดังนั้น เวลาที่ลูกค้าเข้ามาที่เว็บไซด์ของ Sunday จะมีการคำนวณความเสี่ยงที่มีจำนวน 500 – 600 ปัจจัย 

เพื่อประเมินความเสี่ยงในการรับประกัน และทาง Sunday จะชาร์จค่าเบี้ยประกันจากความเสี่ยงของลูกค้า

ตามจริง        

         ในกรมธรรม์ 1 เล่ม มีความคุ้มครองหลายอย่าง อาทิ การซ่อมรถยนต์ของตนเองหรือผู้อื่น เป็นต้น
ที่จะแตกออกมาเป็น Risk 1 Risk 2 ต่อไปเรื่อย ๆ โดยจะเป็น AL โมเดลของแต่ละตัว ดังนั้นกรมธรรม์ 1 เล่ม
อาจจะต้องใช้ AI ประมาณ 10 ตัว ในการประเมินความเสี่ยง ซึ่งใช้เวลาในการคำนวณที่เร็วมาก

           แต่พอมาเป็นเรื่องของรถยนต์ไฟฟ้า ทาง Sunday จะทำระบบราคารูปแบบเหมือนต่อ LEGO 

อย่างที่ทาง Sunday รับประกันรถยนต์ไฟฟ้าตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4 ปี 2022 ถึงไตรมาส 1 ปี 2566 โดยมีปริมาณ

รถยนต์ไฟฟ้าที่เข้ามาทำประกันเป็นหลักพันเปอร์เซ็นต์ ซึ่งทาง Sunday จำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจความเสี่ยงให้
มากขึ้น รวมทั้งมีการเอาข้อมูลรถไฮบริดที่ทาง Sunday เคยรับประกันจากต่างประเทศ เช่น จีน ยุโรป และ

สหรัฐอเมริกา เข้ามาประกอบ

         ซึ่งจะคล้ายกับการทำประกันของ Tesla ในต่างประเทศมีการทำเบี้ยประกันแยกเป็นของแต่ละคน 

ถ้าคนที่ขับรถดีจะได้รับคะแนนและมีส่วนลด แต่ถ้าขับไม่ดีจะคิดค่าเบี้ยประกันกลับไปที่จุดเริ่มต้น

         การประกันรถของทาง Sunday จะคุ้มครองรถยนต์ไฟฟ้าหลายยี่ห้อ แน่นอนย่อมไม่เข้าถึงหัวใจของรถยนต์ได้เหมือนผู้ผลิต ดังนั้นการที่ทางประกันมีการเตรียมพร้อม อย่างค่าย Tesla ที่เข้ามาในประเทศไทย แต่ไม่มี licence
ทาง Infrastructure ของ Sunday พร้อมรับข้อมูลรายละเอียดเหล่านั้นมาให้ความคุ้มครองได้

ความเชื่อมโยงระหว่างการประกันยนต์ไฟฟ้าของ Sunday
และ Car sharing

           เนื่องจากผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าจะต้องซื้อประกันเต็มปี ค่ายรถจะคิดรวมเป็นการขับรถยนต์ไฟฟ้าแบบทั้งปี 

แต่ Car sharing เป็นธุรกิจปล่อยเช่ารถยนต์ไฟฟ้าที่ผู้ขับมีพฤติกรรมการใช้ที่แตกต่างกันและไม่ได้ออนตลอด 

24 ชั่วโมง
          ทาง Sunday จะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับเพื่อคิดค่าเบี้ยประกันตามระยะเวลาที่ใช้ เช่น รายชั่วโมง และมี

การทำ Ride-Hailing ของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ซึ่งจะคุ้มครองตามการเปิดแอปพลิเคชัน

       เพื่อน ๆ สามารถดูเรื่องนี้ได้จากคลิปด้านล่าง และถ้าหากคุณชอบคลิปนี้ขอฝาก กดLIKE กด SHARE 

กด SUBSCRIBE และกดกระดิ่งที่ช่องของพวกเราด้วยนะครับ

Share

FOLLOW US


WELLDONE GUARANTEE

452 Pecthkraseam Rd. Laksong Bangkhae, Bangkok 10160
Email : welldone.guarantee@gmail.com Tel. 0889415944

Copyright © 2022 EV GUARANTEE All rights reserved.